Stamp
Profile Image
Naresorn Nunthasuttiwaree

การเดินทาง สำหรับฉันไม่ใช่แค่การออกไปพบเจอสถานที่สวยงามเพียงเท่านั้น แต่เรื่องราวระหว่างทาง ผู้คนที่ได้พบเจอ การแบ่งปัน มิตรภาพดีๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ฉันได้รู้จักตัวเอง ทำให้รู้ว่าโลกใบนี้น่าอยู่ และยังคงมีเรื่องราวดีๆ ให้เราไปสัมผัสทุกครั้งที่ "ออกเดินทาง"

1613 โหวต
ข้อมูลเพิ่มเติม
การเดินทางทั้งหมด
#truecapture

Day 1 เริ่มต้นการเดินทางทุกครั้งที่ผมออกเดินทาง จุดหมายมีไว้เพื่อให้รู้ว่าจะไปไหน แต่ระหว่างทางต่างหากคือสิ่งที่ผมอยากออกไปค้นหา ดังนั้นทุกการเดินทางของผมจึงเต็มไปด้วยข้อจำกัด ไม่ใช่แค่เพื่อความสนุกและตื่นเต้น แต่ทุกครั้งที่ผ่านอุปสรรค์ต่างๆ ไปได้ มันจะกลายเป็นวัตถุดิบให้ผม “เรียนรู้ชีวิต” อีกทั้งยังได้รับเรื่องราวแห่งมิตรภาพมากมายจากการเดินทางที่แสนจะเรียบง่าย ทริปนี้ผมจึงเลือก "นั่งรถไฟไปโบกรถที่ประจวบฯ" โดยเชื่อว่าระหว่างทางที่ผมจะได้เก็บบันทึกความทรงจำและประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

#truecapture

Day 3 "ถ้ำแก้ว" “ขึ้นเขาอีกแล้ว!!” แม้จะแค่ 300 เมตร แต่สภาพขาของผมตอนนี้มันสั่น “ผับๆ” จนยืนแทบไม่ไหว แต่ด้วยความตั้งใจที่อยากถ่ายรูปในถ้ำแห่งนี้ ผมจึงค่อยๆ ไต่เขาขึ้นไปจนถึงปากทางที่ต้องไต่บันไดลงไปด้านในถ้ำมืดๆ เดินอยู่คนเดียวกับฝูงค้างคาวที่บินกันพรึบพรับๆ ชวนให้หลอนยิ่งนัก และด้วยความไม่ประมาท ผมจึงพกไฟฉายมาถึง 4 อัน ไม่ใช่แค่เพื่อนำทาง แต่เพื่อการใช้จัดองค์ประกอบแสงในขณะที่รอบข้างมืดสนิทจนมองมือตัวเองไม่เห็น ถือเป็นกิจกรรมสนุกๆ ในยามเที่ยวถ้ำมืดๆ “คนเดียว”

#truecapture

Day 3 "จบทริปโบกรถประจวบ" “ลุงสำรวยไปส่งน้องเขาหน่อย” พี่เจ้าหน้าที่บอกคุณลุงที่กำลังจะขี่มอไซด์ไปถนนใหญ่ “ได้สิ ขึ้นมาเลย” ผมไม่รอช้า คว้ากระเป๋ากระโดดซ้อนท้ายทันที “ขอบคุณลุงมากนะครับ” ผมยกมือไหว้ขอบคุณ จนกระทั้งคุณลุงขับมาส่งที่ถนนใหญ่เพื่อโบกรถเข้าตัวเมืองประจวบฯ และโชคดีมากเมื่อกระบะคันหนึ่งจอดรับ “ไปถึงประจวบฯหรือเปล่าครับ” “ถึงครับขึ้นมาได้เลย” ผมจึงขอติดรถรวดเดียว 60 กิโลเมตรจนถึงที่หมาย แต่น่าเสียดาย ลงจากท้ายรถไม่ทันวิ่งไปขอบคุณ เขาก็ขับออกไปเสียแล้ว…

#truecapture

Day 3 "ผมเป็นนายแบบนู๊ด" “พี่ชัย” ชายเร่ร่อนประจำสถานีรถไฟประจวบ พยายามเข้ามาตีสนิทผม แม้ในยามที่ผมเหนื่อยล้าจากการเดินทางจนต้องฟุบตัวนอนบนเก้าอี้ไม้หินอ่อน แต่กระนั้นพี่ชัยก็ไม่ละความพยายามที่จะสร้างมิตรภาพใหม่ๆ “เป็นช่างภาพหรอ ถ่ายนู๊ดมั้ย ผมเป็นนายแบบให้” ผมจึงลุกมาสนทนาด้วยอยู่พักใหญ่ แล้วถามไปว่า "กินข้าวยังครับ" "ยัง" "หิวมั้ย" "หิว" ผมจึงให้ไป 40 บาท "ชื้อข้าวนะ ไม่ใช่ชื้อเหล้า" แกตอบกลับมาด้วยความภูมิใจว่า "ไม่ชื้อหรอก ผมคนจริง ซื่อสัตย์ เหล้ายังมีอยู่ ในขวดนี่ไง" ส่วนผมก็ . . .

#truecapture

Day 3 "เปลี่ยนแผน" เดิมตั้งใจจะเที่ยวแค่จังหวัดประจวบฯ แต่ 3 วันที่ผ่านมา แม้จะได้ไปที่สวยๆ เจอเรื่องราวดีๆ แต่ผมยังรู้สึก “ขาด” บางสิ่งบางอย่าง ดังนั้นเมื่อมาหยุดอยู่หน้าช่องจำหน่ายตั๋ว ผมตัดสินใจไปต่อที่ “จังหวัดยะลา” เพื่อจะลอง “โบกรถในดินแดนที่หลายคนบอกว่าอันตรายที่สุดในประเทศไทย” พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและหวาดระแวง กระนั้นมันก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สวยงาม คู่ควรแก่การไปเยือน ผมจึงเชื่อได้ว่าการเดินทางในครั้งนี้ จะได้พบกับเรื่องราวที่น่าประทับใจอย่างแน่นอน…

#truecapture

Day 4 "ยินดีต้องรับสู่ยะลา” แม้จะมีเรื่องราวแห่งความขัดแย้ง ดำมืด แต่เมืองแห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยสีสัน และศิลปะที่ชาวเมืองพยายามสร้างสรรค์จนกลายเป็นภาพที่ดูแปลกตา ทั้งตีกสีรุ้งที่อยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟ และบังเกอร์ป้องกันระเบิดที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีต่างๆ จนดูสวยงาม ซึ่งหากภูเก็ตมีสตรีทอาร์ท ยะลาก็มีบังเกอร์อาร์ทเป็นสื่อที่แสดงให้เห็นว่า “แม้จะมีความขัดแย้ง แต่ก็ยังมีแง่มุมที่สวยงามให้เห็นอยู่เสมอ”

#truecapture

Day 4 "ทุกศาสนาคือพี่น้อง" แม้ผมจะเป็นไทยพุทธ แต่ก็มีเพื่อนชาวไทยมุสลิมที่คอยต้อนรับทุกครั้งที่ผมได้แวะมาเที่ยวบ้านเขา ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากที่พวกเราร่วมรับประทานอาหารค่ำในเวลาที่เขาออกบวชจากเทศกาลถือศีลอด “ชารีฟและนุดีม” ก็ได้พาผมไปนั่งดื่มน้ำชาที่ “มักกัส” ย่านที่มีมุสลิมเยอะที่สุดอีกแห่งของเมืองยะลา พบปะผู้คน ดูวิถีชีวิตชาวไทยมุสลิมที่ในอดีต “ผมเคยหวาดกลัวพวกเขา” แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเองกลับพบว่า “มันไม่เหมือนที่เราดูในข่าวเลยแม้แต่นิดเดียว”

#truecapture

Day 5 "เบอร์เกอร์" ก่อนเดินทางผมแวะตลาดแห่งหนึ่ง สั่งเบอร์เกอร์อันเป็นอาหารยอดนิยมของคนใน 3 จังหวัด รสชาติดี ราคาถูก “เบอเกอร์เนื้อ 1 ชิ้นเท่าไหร่ครับ” “20 บาทค่ะ” ระหว่างรอแม่ค้าย่างเนื้อ พวกเราพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง “มาจากไหนค่ะ” “กรุงเทพฯครับ” “ไม่กลัวระเบิดหรือค่ะ คนอื่นๆเขาไม่กล้ามากัน นานๆจะเห็นคนต่างจังหวัด” “เคยกลัวครับ แต่หลังจากมาแล้ว ได้เจอที่เที่ยวสวยๆ ผู้คนก็น่ารัก” เราคุยกันพอสมควร ปิดประโยคสนทนาด้วยเบอร์เกอร์ร้อนๆที่ใส่เนื้อมาให้ถึง 2 ชิ้น “แถมให้ค่ะ” ผมรับไว้ด้วยความอิ่มเอมใจ

#truecapture

Day 5 "เริ่มต้นโบกรถ" สำหรับจุดแรกไม่ยากนัก เนื่องจากโบกใกล้กับจุดตรวจของทหารในพื้นที่ พี่ปราโมท หนึ่งในเจ้าหน้าที่จึงมาช่วยผมเรียกรถ ทำให้ได้ขึ้นรถของ “บังดอรอแม” แต่ที่น่าดีใจคือบังได้บอกกับผมว่า “ไม่ต้องนั่งหลังกระบะหรอก ร้อน มานั่งข้างบังนี่แหละ” เราจึงได้คุยกันมาตลอดทาง แต่น่าเสียดาย บังไปไม่ถึงอัยเยอร์เวง ผมจึงขอลงที่อำเภอบันนังสตา ทางเข้าเขื่อนบางลางเพื่อจะโบกรถในต่อที่สอง

#truecapture

Day 5 "ความหวาดระแวง" จุดที่สองไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อต้องมายืนโบกริมถนนที่ไม่ใช่ในตัวเมือง รถแต่ละคันวิ่งผ่านหน้าผมไปอย่างไม่ใยดี จิตใจที่เข้มแข็งก็เริ่มหดหู่ลงไปทุกที แต่ก็เข้าใจสภาพของพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง กระนั้นผมก็ไม่ละความพยายาม เพราะเชื่อว่าจะต้องเจอคนที่กล้าเปิดใจ จนผ่านไปเกือบร้อยคัน ในที่สุดก็มีรถเก๋งจอดตรงหน้า “คุณดีม” เข้ามาสอบถามและไปส่งผมถึงที่หมาย “ขอบคุณคุณดีมที่เข้ามาตอกย้ำความเชื่อให้ผมได้เห็นว่าดินแดนที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงแห่งนี้สุดท้ายก็ยังมีคนพร้อมเปิดใจ”

#truecapture

Day 5 "ภาพที่ไม่สมบูรณ์แต่สมบูรณ์" ถึงอัยเยอร์เวง ผมได้รับการต้องรับจากเพื่อนสนิท “มัง” เจ้าของพื้นที่พาผมไปเที่ยวน้ำตกเฉลิมพระเกียรติ แต่โชคไม่ดี ทันทีที่มาถึงฝนก็ตกอย่างหนัก ผมไม่อยากเสียเที่ยว จึงฝ่าฝนโดยใช้เสื้อคลุมกล้องพยายามถ่ายภาพเท่าที่พอจะทำได้ ตั้งเวลา 10 วิ แล้ววิ่งไปใกล้น้ำตก ทว่า..พลาดท่าลื่นล้มจึงได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์ดั่งใจคิด และไม่สามารถถ่ายใหม่เพราะกลัวกล้องจะเปียกจนใช้การไม่ได้ สุดท้ายเมื่อกลับบ้านมาเช็คภาพ ก็ได้ภาพในช่วงที่กำลังจะล้ม สำหรับผม มันสมบูรณ์แบบในการบันทึกความทรงจำ

#truecapture

Day 5 "วัฒนธรรมท้องถิ่น" การเดินทางไม่ใช่เพียงเพื่อไปสถานที่เที่ยวเท่านั้น แต่ผมยังมีความสุขทุกครั้งที่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับคนท้องถิ่น โดยเฉพาะในครั้งนี้ที่มาในช่วงเทศกาลถือศีลอด ดังนั้นมื้อค่ำซึ่งเป็นมื้อแรกของวัน ในหมู่บ้านจึงได้มีการจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ที่มัสยิดประจำตำบล เพื่อให้ผู้คนได้มารับประทานอาหารค่ำกันฟรีๆ เป็นการทำบุญอย่างหนึ่งของผู้พอมีอันจะกิน ผมและมังจึงได้มาร่วมโต๊ะกับเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ และผู้นำทางศาสนา ช่างเป็นอีกหนึ่งความทรงจำในระหว่างทางที่ผมจะประทับใจไม่มีวันลืม

#truecapture

Day 6 "ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง" สำหรับผมแล้ว ถือว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เพราะมองเห็นได้แทบจะ 360 องศา อีกทั้งยังดูได้ตลอดทั้งปี แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม โดยเฉพาะวันนี้ที่ได้มาเยือนในช่วงถือศีลอด คนท้องถิ่นละเว้นการเที่ยว อีกทั้งยังเป็นวันธรรมดา นักท่องเที่ยวบางตา ผมจึงได้ถ่ายภาพที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ นั่นคือมีผมยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางทะเลหมอกที่เวิ้งว้างกว้างไกล เป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจที่ถูกเก็บไว้อยู่ในคอลเลคชั่นแห่งความทรงจำ

#truecapture

Day 6 "เบตง ใต้สุดแห่งสยาม" ช่วงเที่ยง มังขับรถมาส่งผมที่เบตง เมืองแห่งนี้มี 3 สิ่งสุดยอดในประเทศไทย นั่งคือเมืองที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทยที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าอยู่สุไหงโกลก อีกทั้งยังมีตู้ไปรษณีที่สูงที่สุดในประเทศไทย และสุดท้ายคือป้ายทะเบียนที่อำเภอไหนๆ ก็จะต้องใช้เป็นชื่อจังหวัด แต่ป้ายทะเบียนที่นี่คือ “เบตง” อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมแบบผสมผสานทั้งชายไทยพุทธ ไทยมุสลิม ไทยจีน ที่อาศัยอยู่ในอำเภอแห่งนี้จนกลมกลืน รวมทั้งอาหารมากรสที่จะทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณะเฉพาะตัวเของเมือง “เบตง”

#truecapture

Day 6 "เข้าสู่มาเลย์" ในวันที่ตัดสินใจมายะลา ผมก็คิดเผื่อว่าอาจจะไปนอนปีนังสัก 1 คืน จึงโทรให้พ่อส่งพาสปอร์ตมาให้ วันนี้ผมได้ใช้พาสปอร์ตเล่มนี้ผ่านแดนเข้าสู่ประเทศมาเลเซียแบบไม่ได้เตรียมข้อมูลแม้แต่น้อย ไปตายเอาดาบหน้า แต่ด้วยการเดินทางผิดแผน ผมข้ามแดนเกือบ 5 โมงเย็น รถแท็กซี่ฝั่งมาเลย์เข้าตัวเมืองหมดลงเป็นที่เรียบร้อย แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ ตม. ช่วยเรียกรถฝากให้ผมได้ติดไปตัวเมือง และโชคดีไปกว่านั้นคือผมได้ติดรถของ “แบดิง” ผู้ใจดีที่อุตส่าห์ขับไปส่งผมถึงสถานีขนส่งเพื่อต่อรถไปปีนัง “ขอบคุณครับ”

#truecapture

Day 6 "ถึงปีนัง" มาถึงแบบทุลักทะเล เพราะลืมแลกเงิน Exchange ก็ปิด กว่าจะหาแลกเงินกับร้านค้าทั่วไปเพื่อนำมาเป็นเงินค่ารถไปปีนัง ก็ต้องยอมแลกแบบขาดทุน แถมยังไม่รู้ว่ารถจะจอดบริเวณไหน โชคดีที่บอกคนข้างๆ ไว้ว่า “I go to Penang Penang” พยายามใช้ภาษาอังกฤษง่ายๆ ให้เขารู้ว่าเราจะลงที่ไหน ซึ่งก็ได้ผล เมื่อมาถึงจุดลงรถเขาจึงบอก “Penang Penang” ผมรีบคว้ากระเป๋าแล้วเดินตามป้าย งมๆ ไปเรื่อย หาทางขึ้นเรือเฟอรี่ข้ามมายังเกาะปีนังทันที กว่าจะได้เหยียบเท้าลงบนเมืองมรดกโลกแห่งนี้ก็ปาเข้าไป 3 ทุ่ม

#truecapture

Day 6 "Lok Lok" ปีนัง เต็มไปด้วยของกินหลากหลาย Lok Lok คือหนึ่งในเป้าหมายที่ผมต้องการจะมาชิม คือลูกชิ้นนั่นเอง แต่ที่นี่จะต้องนำลูกชิ้นมาต้มเอง ราดน้ำจิ้มเองตามรสชาติที่เราชอบ ยืนกินล้อมวงอย่างสนุกสนาน หลังทานเสร็จ ก็นำไม้เสียบไปคิดเงิน ซึ่งด้านท้ายจะทาสีต่างๆ ไว้เพื่อบอกราคา ผมกินไป 8 ไม้ จ่ายเพียงแค่ 12 ริงกิตเท่านั้น หรือประมาณ 100 บาท นอกจากนั้นยังมีบะหมีน้ำดำที่อร่อยจนไม่ต้องปรุง กับขนมที่เป็นแป้งคล้ายโมจิคลุกกับถั่วลิสงบด อิ่มแล้วจึงไปพักที่โฮสเทล เตียงรวมในราคาคืนละ 350 บาทเท่านั้น

#truecapture

Day 7 "สตรีทอาร์ตเมืองปีนัง" จบทริปด้วยภาพสตรีทอาร์ตแห่งย่านจอร์จทาวน์ หนึ่งในมรดกโลก ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดแห่งสตรีทอาร์ต เพราะไม่เพียงแค่วาดรูปสวยๆ ลงบนผนังเท่านั้น แต่ยังนำเอา "วัตถุ" ต่างๆ มาประกอบให้รูปเหล่านี้ดูมีชีวิตชีวา เหมาะให้นักท่องเที่ยวมาแชะภาพถ่ายรูป ออกแบบอิริยาบถตามแต่ตนจะถนัด ผมจึงได้แอคชั่นทำท่าต่างๆ เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของภาพเหล่านี้ โดยเฉพาะภาพวาดหนุ่มนักบิดที่ไม่ยอมมองทาง จนขับมาชนผมให้ล้มคะมำก้นจ้ำเบ้าตูดเคล็ดกันเลยทีเดียว

#truecapture

วีดีโอบ้านๆ คลิปนี้ สำหรับผมเปรียบเสมือนหนังสั้นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำ ประสบการณ์ที่ได้สัมผัสด้วยตนเอง ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว เรื่องราวของผู้คนที่ได้พบเจอ น้ำใจจากคนแปลกหน้า หรือแม้กระทั้งเรื่องลำบากต่างๆ ที่จะเป็นบทเรียนอันมีค่า และแม้ว่าการเดินทางครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่สำหรับผมมันเป็นเพียงหนังสือหนึ่งหน้าเท่านั้น บทความในหน้าถัดไปกับเรื่องราวใหม่ๆ สถานที่สวยๆ ยังคงรอให้นักเดินทางอย่างเราออกไปค้นหาเพื่อเก็บบันทึกความประทับใจกลับมาไว้เสมอ…ขอขอบคุณทุกท่านที่รับชม